คอลัมน์ พาทัวร์
โดย เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน
ลมหนาวช่วงต้นวินเทอร์ใน เมลเบิร์น รัฐวิกตอเรีย ออสเตรเลีย เย้ายวนอารมณ์นักท่องเที่ยวไทยหลายชีวิตหลายกลุ่มอายุยอมควักกระเป๋าหลบไอร้อนทางการเมืองไปท่องธรรมชาติขับรถกินลมชมวิวแห่งแดนมหัศจรรย์เมืองริมหาดแปซิฟิกที่ขึ้นชื่อมายาวนาน
ธงชัย วิบูลย์ศักดิ์สกุล ผู้จัดการประจำการท่องเที่ยวออสเตรเลีย ประเทศไทยเกริ่นว่า ฤดูนี้มีกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยที่ได้รับโชคจากการเข้าไปอุดหนุนอาหารร้าน ซิสเลอร์ ได้ไปลองสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทั้งคณะล้วนดื่มดำธรรมชาติ ความแปลกใหม่ในเมลเบิร์นเมืองแห่งความเงียบสงบสุดแสนโรแมนติก การเดินทางอันน่าประทับใจควรจะเป็นการเช่ารถขับไปตามถนนเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก
คุณนุช ไกด์กิตติมศักดิ์บอกเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ชาวออสเตรเลียกับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาแล้วกล่าวขวัญถึงว่า ก่อนตายต้องมาเที่ยวให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต คือ GREAT OCEAN ROAD ถนนเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกนั่นเอง ระยะทางจากเมลเบิร์นถึงจุดหมายปลายทางยาวราว 280 ก.ม.ตลอดเส้นทางแม้จะมีฝนสลับไอหนาวช่วงเวลาพริบตาเดียวแดด ก็ทอแสงจ้าสะท้อนท้องฟ้าเปลี่ยนก้อนเมฆดำทะมึนเป็นรุ้ง 7 สีโค้งปลายเส้นลงมหาสมุทรคล้ายภาพวาดของศิลปินระดับโลกหากความจริงเป็นมหัศจรรย์ธรรมชาติบนเกรตโอเชี่ยนโรด ถนนแห่งความโรแมนติกเส้นนี้ที่นักท่องเที่ยวมีเวลาดื่มดำได้ยาวนานกว่า 4 ชั่วโมง
จุดหมายที่คนก่อนตายอยากไปเห็นสักครั้งหนึ่งในชีวิตอยู่แถวพอร์ต แคมป์เบลล์ ดินแดน TWELVE APOSTLES มีหินงอกสีน้ำตาลแดงก้อนมหึมาโผล่อยู่กลางทะเล 12 ก้อน หลายคนจินตนาการว่าเป็นแกนแคนยอนแห่งท้องทะเล หินอายุราวกว่า 20 ล้านปีตั้งเรียงรายเป็นอนุสรณ์สถานจนได้ชื่อว่าเป็น 12 สาวก ตามประวัติศาสตร์กล่าวกันว่า ตั้งชื่อตามนักบุญศักดิ์สิทธิ์ศาสนาคริสต์ เกิดจากการแตกตัวของชายฝั่ง ได้ลมพัดพาความเย็นและความชุ่มชื้นจากขั้วโลกใต้นำอาหารเข้ามาด้วยทำให้เป็นศูนย์รวมของสัตว์ใต้ทะเล ระยะหลังมานี้มีคลื่นลมซัดแรงหินบางก้อนเริ่มหายไปปัจจุบันเหลือราว 9 ก้อนตั้งตระหง่านอยู่ริมแนวชายหาด 2 ฝั่งมหาสมุทร รัฐบาลส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่า
ดื่มดำความมหัศจรรย์จาก TWELVE APOSTLES ขับรถชั่วโมงเศษก็ถึงเมืองเล็กๆ อีกแห่ง วาลนัมบูล เมืองนี้มีพิพิธภัณฑ์ แฟล็กสตาฟ ฮิลล์ มาริไทม์ ขึ้นชื่อด้านหน้าเปิดเป็นร้านอาหารสักประมาณ 3 ทุ่มจะมีรถพ่วงต่อกัน 2-3 ขบวนพาเข้าไปชมการแสดงแสง สี เสียงชื่อ Shipwreked Show จัดทำเป็นโรงละครเหมือนจริงกลางทะเลสาบ ร้อยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เมืองนี้เดิมมีนักแล่นเรือสำเภามาพยายามจะมาขึ้นฝั่งแต่ต้องมาเสียชีวิตมีรอดอยู่ไม่กี่ลำ และที่ถูกนำมาเล่าเป็นตำนานคือเรือลอฟต์ อาร์ต มีสาวอีวานและหนุ่มทอม พีซ ผู้รอดโดยชายหนุ่มใช้ชีวิตพัฒนาฝีมือเป็นกัปตันเรือแต่ท้ายที่สุดต้องเผชิญพายุตายกลางทะเลในที่สุด
สถานที่ท่องเที่ยวรอบเมลเบิร์นที่ควรต้องไปอย่าง บัลลารัต นักอนุรักษ์สัตว์พื้นเมืองออสเตรเลียได้สร้างสวนสัตว์ขนาดมหึมาไว้ชื่อ บัลลารัต ไวด์ไลฟ์ปาร์ก พอไปถึงจิงโจ้เพศผู้เมีย วัยรุ่น และสูงวัยพาเหรดกันออกมาทักทายนักท่องเที่ยว เดินลึกเข้าไปจะเห็นเขตที่อยู่ของ โคอาล่า ซึ่งคนทั่วไปเข้าใจผิดว่าเป็นหมีแต่ความจริงแล้วไม่ใช่เป็นสัตว์ในตระกูลมาสุเพียร์เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งวันจะสาละวนอยู่กับการนอนราว 18 ชั่วโมง เวลาที่เหลือคือตื่นมากินและเล่นทักทายกันบ้างเล็กน้อยเท่านั้น
ออกจากบัลลารัตมุ่งหน้ามายัง โซเวอร์เรนจ์ ฮิลล์ หมู่บ้านเหมืองแร่ทองคำซึ่งทำให้บัลลารัตเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าร่ำรวยที่สุดและมียุคตื่นทองดึงคนที่อยากรวยจากทั่วโลกโดยเฉพาะชาวจีนมารวมกันอยู่ที่แห่งนี้ ภายในหมู่บ้านยังเก็บวิถีชีวิตทุกอย่างจำลองไว้ครบ มีร้านแลกเงิน ร้านกาแฟ และเหมืองทองคำในอุโมงค์ยาวคดเคี้ยวใต้ดินที่ จัดทำระบบการรางรถย้าย วิธีการขุดเจาะ การเคลื่อนทองคำออกมาแปรรูป รวมถึงแหล่งแร่ที่ใช้ร่อนทองซึ่งเป็นจุดขายให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองทำกิจกรรมนี้ร่วมกัน
มนต์เสน่ห์แห่ง เมลเบิร์น ริมชายหาดแปซิฟิก และบรรยากาศกลางเมือง ในปีนี้มีความแปลกใหม่ที่ชวนท่องเที่ยวอีกนับไม่ถ้วนทั้งสถานที่ อาหาร วิถีชีวิต นวัตกรรมการท่องเที่ยว ขณะนี้การบินไทย เอมิเรตส์แอร์ไลน์ส มีเที่ยวบินไป-กลับกรุงเทพฯ-เมลเบิร์นทุกวัน และติดตามมุมพักผ่อนอันหลากหลายในเมลเบิร์นได้ในตอนต่อไป สนใจ www.visitmelbourne.com
หน้า 36
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
| Hit : TWELVE เมลเบิร์น บัลลารัต APOSTLES ฮิลล์ |














