สสปน.ลุยรีแบรนด์องค์กร ระดมองค์กรมืออาชีพหนุนเต็มที่ เนคเทคช่วยจัดทัพฐานข้อมูล UFI เยอรมนีเพิ่มขีดความสามารถ คน วางเป้า 3 ปีภายใน 2553 ต้องยกระดับไทยขึ้นแท่นผู้นำเอเชีย เป็นศูนย์ชุมทางนักธุรกิจโลก รื้อโลโก้ ขยับโครงสร้าง แข่งฮ่องกง สิงคโปร์
นายขจิต หัพนานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ วางกลยุทธ์ปรับปรุงภาพลักษณ์ (rebrand) สสปน. 3 ส่วน คือ ฐานข้อมูลไมซ์ (MICE : meeting-incentive-convention-exhibition) โดยทำซอฟต์แวร์สร้างเกณฑ์มาตร ฐานสากลการจัดเก็บและประเมินผล การเพิ่มขีดความสามารถคุณภาพบุคลากรที่รับผิดชอบโดยตรงและองค์กรที่เกี่ยวข้องทางอ้อม และปรับวิสัยทัศน์ให้ได้ตามเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่จะผลักดันไทยขึ้นเป็นผู้นำไมซ์เอเชียภายใน 3 ปีนี้ หรือไม่เกินปี 2553 จะเป็นเมืองชุมทางนักธุรกิจนานาชาติ ขณะเดียวกันมูลค่าการตลาดในเชิงรายได้แต่ละปีจะมีเกินกว่าแสนล้านบาทขึ้นไป
ยุทธศาสตร์หลักหลังเสร็จสิ้นการรีแบรนด์ สสปน.ร่วมมือจากการระดมหน่วยงานมืออาชีพเข้ามาสนับสนุนการจัดทำแผนโครงการด้านการฝึกอบรมพนักงาน ได้สถาบันมาตรฐานชั้นนำของโลกจากเยอรมนี UFI เปิดคอร์ส exhibition management degree โดยไทยเป็นประเทศแรกที่ได้ติดต่อกันถึง 3 ปี
ต่อไปจะทำให้องค์กร หน่วยงาน บริษัทขนาดใหญ่ สถาบันต่างๆ ที่จะจัดงานอินเตอร์ ประชุมสัมมนา คอนเวนชั่น แสดงสินค้า ยอมรับศักยภาพความสามารถของบุคลากรในสาขานักจัดนิทรรศการแสดง ออร์แกไนเซอร์คนไทยเพิ่มมากขึ้น โครงการด้านจัดทำข้อมูลศูนย์คอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กำลังดำเนินการวางระบบฐานข้อมูลในโปรแกรมซอฟต์แวร์อย่างเป็นระบบมีตัวชี้วัดความสำเร็จ และการนำไปใช้ประโยชน์จัดทำวิสัยทัศน์เพื่อชิงความเป็นหนึ่งจากฮ่องกง และสิงคโปร์ ภายในปี 2553
สภาพปัจจุบันไทยยังเป็นหนึ่งไม่ได้เพราะคุณภาพบุคลากรในการใช้ภาษาอังกฤษไม่ดีพอ ทำให้ผู้ประสานงานการจัดไมซ์งานใหญ่เบนหน้าหนีไปฮ่องกงและสิงคโปร์ แต่ไทยก็ยังมีความได้เปรียบเรื่องบริการ เพียงแต่ต้องมีระบบการจัดทำข้อมูลให้ถูกต้อง ส่วนศูนย์รับจัดงานหรือ Venue ไทยเป็นที่หนึ่งมาตลอด ผู้จัดเกินกว่า 80% ชอบสถานที่
สิ่งที่ สสปน.ต้องทำให้เห็นชัดหลังรีแบรนด์คือสร้างความเข้าใจภารกิจองค์กรให้ถูกต้องว่าเป็นหน่วยขับเคลื่อนกิจกรรมเชิงธุรกิจขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ยังปล่อยให้ภาพรวมเข้าใจผิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของท่องเที่ยว หรือ tourism cluster เพราะไมซ์กิจกรรมหลักของผู้เข้าร่วมไม่ใช่การเดินทางมาเที่ยว เพียงแต่วิธีการทำขณะนี้ต่อยอดให้คนที่เดินทางมาประชุม สัมมนา วางแผนใช้เงินซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวหลังเสร็จงาน นายขจิตกล่าวและว่า
โฉมหน้าใหม่ สสปน.หลังรีแบรนด์นอกจากจะเปลี่ยนโลโก้ พัฒนาการสื่อสารข้อมูลกับอุตสาหกรรมให้มีข้อมูลแม่นยำแล้ว ยังต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถบุคลากรให้มีความเป็นมืออาชีพ เพราะขณะนี้ฮ่องกงเร่งสร้างเอ็กซิบิชั่นใหม่ใกล้สนามบินนานาชาติ แช็ก แลป ก๊ก ส่วนสิงคโปร์กำลังก่อสร้างเมกะโปรเจ็กต์ มารีน่า เบย์ แซนด์ แม่เหล็กทางการขายชูกิจกรรมคอมเพล็กซ์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ มีโรงแรม 5 ดาว ขนาด 2,500 ห้อง มีศูนย์ประชุมขนาดกว่า 10,000 คน
นายวิทยา สินทราพรรณทร ผู้อำนวยการฝ่ายจัดนิทรรศการแสดง กล่าวว่า มีแนวคิดจะจัด convention zone ขึ้นในพื้นที่โดยรอบ พารากอน ฮอลล์ (ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน) และเซ็นทรัล เวิลด์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงสินค้าแห่งใหม่ของไทยที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง โดยจะขอความร่วมมือกับพันธมิตรห้างสรรพสินค้าและโรงแรมย่านราชประสงค์และสยามสแควร์ผนึกกำลังเข้าด้วยกัน เพราะเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพรองรับได้ตั้งแต่ 5,000-10,000 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจาะกลุ่มจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการที่เน้นเรื่องไลฟ์สไตล์เป็นหลัก เพราะบรรยากาศและการเดินทางขนส่งมีความเหมาะสม
หน้า 35
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
| Hit : สสปน 2553 สิงคโปร์ exhibitio |














