
สุขใจเสริมมงคล สมุทรสงคราม อลังการศิลปะ วัดไทย สมัย ร.2
คอลัมน์ พาทัวร์
เพียงชั่วโมงครึ่งจากกรุงเทพฯ นั่งรถบัสมาถึง สมุทรสงคราม ดินแดนแห่งพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 จุดหมายคือ ไหว้พระ 9 วัด ตั้งแต่เช้าจดเย็นกับโครงการ เที่ยวทั่วไทย สุขใจเสริมมงคล เก็บเกี่ยวความอิ่มเอิบใจในช่วงวันหยุดพักผ่อนจะเห็นรถยนต์ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ มุ่งหน้ามาแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวเมืองนี้
วัดเพชรสมุทรวรวิหาร เป็นจุดแรกที่แวะเวียนไปสักการะ บรรยากาศร้านขายของหน้าวัดคึกคักแข่งกับเสียงโฆษกวัดประกาศผ่านไมโครโฟนเชิญชวนชาวพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญอยู่ไม่ขาด เมื่อมาเยือนวัดแห่งนี้ต้องไปนมัสการหลวงพ่อวัดบ้านแหลม
อาจารย์คฑา ชินบัญชร ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนาและวัฒนธรรม ที่มารับบทเป็นมัคคุเทศก์กิตติมศักดิ์ บอกเคล็ดลับในการไหว้พระขอพรว่า ต้องจิตอธิษฐานพรให้พี่น้องหรือบุคคลที่เรานับถือเป็นพี่น้อง เพราะตอนที่อัญเชิญหลวงพ่อขึ้นมาจากแม่น้ำนั้นพบพร้อมกับหลวงพ่อวัดเขาตะเครา ที่จังหวัดเพชรบุรี ดังนั้นชาวบ้านจึงนับถือให้ทั้งสององค์เป็นพระพี่น้องกัน และพรใดๆ ที่ขอให้พี่น้องนั้นจะสัมฤทธิผลเป็นอย่างดี
ส่วน วัดบางกะพ้อม ซึ่งเป็นวัดของ หลวงปู่คง เกจิอาจารย์ชื่อดัง มีเคล็ดลับถ้าต้องการมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงแนะนำให้ไปแตะที่รูปปั้นหัวใจหลวงปู่คงพร้อมอธิษฐานขอพร บริเวณวัดมีวิหารเก่าแก่อายุกว่า 200 ปี ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังนูน ศิลปกรรมผสมผสานระหว่างไทยและจีน บอกเล่าเรื่องราวแห่งพุทธศาสนาหาดูได้ยากแต่น่าเสียดายที่คนมักจะมองข้ามไป อีกมุมที่น่าสนใจคือรอยพระพุทธบาทจำลองเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งของเมืองไทย
จุดหมายต่อไปอยู่ใกล้ๆ กันคือ วัดจุฬามณี คนมักเข้ามาเพื่อสักการะ หลวงปู่เนื่อง ศิษย์หลวงปู่แช่มลูกศิษย์หลวงปู่คงแห่งวัดบางกะพ้อม อีกทอดหนึ่ง ภายในโบสถ์เย็นสบายเพราะพื้นหินอ่อนจากปากีสถาน ทำให้เหมาะกับการนั่งสมาธิสงบจิตใจพร้อมชมภาพพุทธประวัติบนผนังโบสถ์
หากต้องการชมความวิจิตรงดงามแห่งศิลปะไม้สักเนื้อแข็งลงรักปิดทอง และสถาปัตยกรรมแบบไทยต้องไม่พลาดชมกุฏิหลวงปู่เนื่องที่งดงามตระการตาสมคำร่ำลือ หากนั่งมองนานๆ อาจทำให้ดวงตาพร่าไปด้วยสีทองก็เป็นได้
เพื่อทำให้การเดินทางมายังดินแดนแห่ง รัชกาลที่ 2 สมบูรณ์แบบ จุดหมายแห่งที่สี่จึงเป็น วัดภุมรินทร์กุฎีทอง ถิ่นกำเนิดของสมเด็จพระอมรินทรา บรมราชินี ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 มีศักดิ์เป็นมารดา ร.2
กุฎีทอง หรือ เรือนไม้สักทรงไทยยังคงสภาพสมบูรณ์ แต่ลายรดน้ำปิดทองนั้นยังคงเห็นเฉพาะบางส่วน เพราะเพิ่งจะมีการบูรณะฟื้นฟูใหม่ปี 2538 ปัจจุบันเป็นที่เก็บรวบรวมศิลปะวัตถุสำคัญของจังหวัดสมุทรสงคราม เช่น เครื่องเบญจรงค์
จากนั้นก็มุ่งไปทิศเหนือสู่ วัดบางแคใหญ่ ความโดดเด่นอยู่ตรงรูปจิตรกรรม ฝาผนังอายุ 150-200 ปี ฝีมือเขียนสีศิลปะชาวมอญบอกเล่าเรื่องราวการยกทัพของรัชกาลที่ 2 สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตชาวบ้านชาวเมืองในสมัยต่างๆ ชัดเจน เช่นเดียวกับ หอพระไตรปิฎก แม้จะเปราะบางจำกัดจำนวนขึ้นไปได้ครั้งละไม่เกิน 6 คน แต่ก็คุ้มค่าสำหรับการเข้าไปเยี่ยมชมร่องรอยศิลปะที่หลงเหลือ แต่เดิมเชื่อกันว่าวัดบางแคใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มพระอารามหลวงเนื่องจากมีสัญลักษณ์สำคัญอย่าง ใบเสมาคู่ และ ประดับครุฑยุดนาค แต่ตกสำรวจในสมัยที่มีการจัดกลุ่มพระอารามหลวง
ส่วน วัดบางแคน้อย คณะนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศตกตะลึงในฝีมือการแกะสลักไม้สักทองเต็มผนัง 4 ด้านด้วยเรื่องราวทศชาติ แม้แต่เพดานก็สลักเสลา อย่างสวยงามจนชาวต่างชาติต้องอุทานด้วยความทึ่งในฝีมือช่างไทย
เช่นเดียวกับที่ วัดบางกุ้ง เป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมหาศาลเพราะถูกจัดให้เป็น อันซีนไทยแลนด์ จากโบสถ์ที่ถูกปกคลุมด้วยต้นโพธิ์ ไทร ไกร กร่าง ผู้คนนิยมไหว้แล้วจะรอดพ้นจากภยันอันตรายเหมือนที่ค่ายบางกุ้งเคยรอดพ้นจากเงื้อมมือทหารพม่าในอดีต
ไม่เฉพาะแต่วัดไทยเท่านั้นที่ควรค่าแก่การไปเยือน เส้นทางนี้มี วิหารแม่พระบังเกิด ในศาสนาคริสต์สร้างแบบศิลปะโกทิกตั้งแต่ปี 2439 ภายในมีกระจกสีสเตนกลาสจากฝีมือช่างชาวฝรั่งเศสเสริมให้บรรยากาศศักดิ์สิทธิ์เคร่งขรึมยามที่มีการประกอบพิธี
แห่งสุดท้ายคือ วัดอัมพวันเจติยาราม มีทั้งภาพจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่หลังพระประธานองค์ใหญ่จำลองผังเมืองกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์ ที่สำคัญคือมีพระปรางค์ที่เป็นที่ประสูติและบรรจุพระสรีรังคารของรัชกาลที่ 2 ด้วย รัชกาลที่ 3 ทรงสร้างพระปรางค์ไว้เพื่อรำลึกถึงรัชกาลที่ 2 ผู้เป็นบิดา
มีความสุขแถมได้เสริมมงคลชีวิตที่สมุทรสงครามกันได้ตลอดทุกวัน
หน้า 35














