
แอร์เอเชีย เอ็กซ์ บินข้ามทวีป ตั้งเป้า 1 ปี ฟันกำไรลุยขยายทั่วเอเชีย-ยุโรป
สกู๊ป
ออกตัวเร็วและแรงธุรกิจการบินในเครือ แอร์เอเชีย มาเลเซีย ขยายการลงทุนจัดตั้งสายการบินต้นทุนต่ำ (low cost airline) บินระยะไกลข้ามทวีป (longhaul) เป็นรายแรกแห่งอาเซียน เตรียมเชื่อมโครงข่ายประตูและศูนย์กลางการบิน (gateway/hub aviation) ครบวงจร กับโอเชียเนีย (ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) เอเชีย สหภาพยุโรป
แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ตั้งเป้าบินไกล 1 ปีคืนทุน
โทนี่ เฟอร์นันเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า การลงทุนตั้ง แอร์เอเชีย เอ็กซ์ บุกเบิกธุรกิจโลว์คอสต์แอร์ไลน์บินไกลข้ามทวีปในเวลาเพียง 15 เดือน เมื่อ 2 พฤศจิกายน 2550 นำร่องเปิดบินประจำ เกิน 8 ชั่วโมง ระหว่างกัวลาลัมเปอร์ (มาเลเซีย) สู่โกลด์โคสต์ รัฐควีนส์แลนด์ เมืองบริสเบน ออสเตรเลีย ทุ่มทุนนำเครื่องลำแรกแอร์บัส A330-300 เข้ามาบริการ 4 เที่ยว/สัปดาห์ ตั้งเป้าจะต้องคุ้มทุนภายใน 1 ปี
ตามแผนขยายเครือข่ายจุดบินเชื่อมเกตเวย์และศูนย์กลางเศรษฐกิจการเดินทางและท่องเที่ยว ระหว่างอาเซียน เอเชีย กับออสเตรเลีย สหภาพยุโรป โดยจะทยอยขยายจุดบินใหม่เริ่มจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เช่น เฉิงตู เทียนจิน ถังโจว อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง พร้อมทั้งมุ่งสู่ลอนดอน สร้างฐานหลักเปิดเกตเวย์ไปยังกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป
โครงสร้างกิจการบินจะเจรจากับกลุ่มทุนพันธมิตรในประเทศที่แอร์เอเชีย เอ็กซ์ เลือกเป็นเกตเวย์เพื่อร่วมทุนตั้งบริษัททำโลว์คอสต์แอร์ไลน์ภายในแต่ละภูมิภาค ตามแผนพัฒนาธุรกิจที่ แอร์เอเชียนำร่องทำมาแล้วตลอด 6 ปี เช่น ร่วมทุนเปิดไทย แอร์เอเชีย อินโดนีเซีย แอร์เอเชีย และต้นปี 2551 จะเปิดวีน่าชินแอร์เอเชีย เวียดนาม ต่อไปจะทำในจีน อินเดีย และประเทศเป้าหมาย
ตั้งเป้าเมื่อเปิดแอร์เอเชีย เอ็กซ์ บินระยะไกลจะสามารถทำเงินจากการขายตั๋วและสินค้าบนเครื่องคุ้มทุนได้ภายในเวลาอันสั้นเพียง 1 ปีเท่านั้น ขณะนี้วางแผนจัดทำฝูงบินใหม่ภายใน 5 ปี ระหว่างปี 2550-2555 จะทยอยนำเครื่องจัมโบ้เข้าฝูงทั้งหมด 25 ลำ แยกเป็นการสั่งซื้อ (order) 15 ลำ และเลือกไว้ (option) 10 ลำ
บุกเบิกเกตเวย์อาเซียน-ออสซี่-ยุโรป
อัซรัน ออสมาน-ราชิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอร์เอเชีย เอ็กซ์ มาเลเซีย กล่าวว่า จะต้องวางกลยุทธ์ตั๋วราคาประหยัดดึงส่วนแบ่งตลาดนักเดินทางและท่องเที่ยวกลุ่มใหม่เพิ่มเส้นทางบินระยะไกลเลือกใช้บริการเพิ่มอย่างน้อย 25% เร่งขยายอัตราการบรรทุกผู้โดยสารแต่ละเที่ยวบินเฉลี่ยให้ได้ 60-70% สนองนโยบายผลการดำเนินงานภายใน 1 ปีคุ้มทุนทันที พอเริ่มต้นปีที่สองเริ่มสร้างผลกำไรต่อเนื่อง จุดแข็งที่ได้เปรียบโลว์คอสต์ทั่วไปแต่ละเที่ยวบินแอร์บัส A330-300 จะมีบริการที่นั่งชั้นธุรกิจ พรีเมี่ยมเอ็กซ์แอล เปรียบเทียบราคาถูกกว่าสายการบินนานาชาติ 30-40%
โดยสร้างรากฐานเครือข่ายการบินด้วยแอร์เอเชีย สร้างความแข็งแกร่งเกตเวย์กัวลาลัมเปอร์เชื่อมโยงจุดบินใหม่ทั่วเอเชียตามกระแสนิยม ปัจจุบันมี 80 เส้นทาง รวมกรุงเทพฯ ลังกาวี ซาบาห์ บาหลี ส่วนโกลด์โคสต์ถือเป็นเกตเวย์ออสเตรเลีย 2 รัฐใหญ่ ควีนส์แลนด์และตอนเหนือนิวเซาท์เวลส์ ผู้โดยสารสามารถต่อเที่ยวบินเข้าเมืองท่องเที่ยวและเมืองธุรกิจหลัก ซิดนีย์ เมลเบิร์น ออสเตรเลีย และออกแลนด์ นิวซีแลนด์ ซึ่งมีสายการบินเวอร์จิ้นบลู แปซิฟิกบลู เจ็ตสตาร์ ให้บริการเที่ยวบินทั่วโอเชียเนียทุกครึ่งชั่วโมง
เซอร์ริชาร์ด แบรนด์สัน ประธานกลุ่ม เวอร์จิ้นบลู พันธมิตรร่วมทุนแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ยืนยันว่าเที่ยวบินโกลด์โคสต์เป็นหนึ่งในเส้นทางยอดนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงมากจากการบริการอันประทับใจจากบริการที่เป็นมิตรที่จะทำให้ครั้งหนึ่งในชีวิต ผู้โดยสารแต่ละคนมีประสบการณ์การบินอย่างสนุกสนานเป็นจุดขายที่เวอร์จิ้นบลูเคยทำสำเร็จเป็นเจ้าตลาดมาแล้ว
สนามบินโกลด์โคสต์ลงทุนปรับรันเวย์
พอลล์ โดโนแวน ประธานฝ่ายปฏิบัติการสนามบินโกลด์โคสต์ ออสเตรเลีย ย้ำว่า จากนี้ไปแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ได้จุดประกายเชื่อมการขนส่งทางอากาศแบบไร้พรมแดน ขยายเศรษฐกิจการเติบโตทั่วควีนส์แลนด์และเมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ ด้านการท่องเที่ยวขยายตัวสูงขึ้นทุกปีมากกว่าฤดูละ 1 แสนคน โดยเฉพาะการเปิดบินตรงกัวลาลัมเปอร์-โกลด์โคสต์ จะเพิ่มศักยภาพสนามบินได้อีก 1 เท่าหลังจากต้องอยู่โดดเดี่ยวมานาน
ดอนนา เคอร์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการการ ท่องเที่ยวโกลด์โคสต์ กล่าวว่า ตลาดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้าโกลด์โคสต์เพิ่มปีละกว่า 10% แนวโน้มจะเร่งขยายกลุ่มเป้าหมายในเอเชีย ไทย มาเลเซีย ส่วนญี่ปุ่น จีน เป็นลูกค้ามาเที่ยวเป็นอันดับ 1 และ 2 มาตลอด หลังจากแอร์เอเชีย เอ็กซ์ เปิดบินตรงสร้างเกตเวย์การบิน อาเซียน-เอเชีย-ยุโรป ทางการท่องเที่ยวโกลด์โคสต์ลงนามข้อตกลงเข้าเป็นหุ้นส่วนและพันธมิตรร่วมทำโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและการขายคู่ขนานกันเกือบทุกกิจกรรม
ส่วน Coolangatta Airport สนามบินนานาชาติกึ่งโลว์คอสต์โกลด์โคสต์ ซึ่งกลุ่มแควนตัสสายการบินแห่งชาติออสเตรเลียเป็นเจ้าของและลงทุนได้รับอนุมัติแผนขยายโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับการเติบโตเที่ยวบินโลว์คอสต์ข้ามทวีป ปลายปีนี้จะเริ่มขยายทางวิ่งเครื่องบิน (runway) ขนาด 4,000 เมตร รับเครื่องบินจัมโบ้ขึ้น-ลงได้เกิน 300 ที่นั่ง จากนั้นจะทยอยขยายพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสารทั้งหมด
ไทยแอร์เอเชียโหมเพิ่มฝูงบินเล็งฮ่องกง
นายสฤทธิ์ ตันตราภรณ์ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ไทย แอร์เอเชีย กล่าวว่า ระหว่างโลว์คอสต์นำร่องเปิดบินบริการระยะไกลด้วยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ธุรกิจเครือแอร์เอเชีย โดยเฉพาะไทย แอร์เอเชีย มีความตื่นตัวที่จะเพิ่มเครือข่ายจุดบินรองรับการเติบโตและเสริมตลาดและการขายไปพร้อมกัน เพราะภายใน 2 ปีนี้จะนำเข้าฝูงบินใหม่อีก 6 ลำ แอร์บัส A320 ขนาด 180 ที่นั่ง ระหว่างนี้ฝ่ายเจรจาสิทธิการบินระหว่าง ประเทศเร่งหาจุดบินต่างประเทศใหม่ทั่วเอเชียที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางหนาแน่น
พื้นที่เป้าหมายคือ เช็ก แลป ก๊ก ฮ่องกง ประชาสัมพันธ์ให้โลว์คอสต์ลดค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินเพิ่มสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย ไทย แอร์เอเชีย เข้าไปเจรจามาได้สักระยะแต่ยังต้องรอเวลาการบินที่ชัดเจน เนื่องจากตารางการบินขึ้น-ลงเช็ก แลป ก๊ก ช่วง 07.00-11.00 น. แน่นมาก 80-100 เที่ยว จึงเสนอให้บินกลางคืนแต่ละวันเวลาต่างกันจึงต้องต่อรองเพื่อให้ได้ ผู้โดยสารคนไทยที่สามารถเดินทางได้จริง
ภายในไม่เกินตารางบินฤดูร้อน ราวปลายมีนาคม 2551 จะได้ข้อสรุปที่จะบินกรุงเทพฯ-ฮ่องกง รวมถึงการเชื่อมตารางบินกับแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ต่อไปยังเส้นทางบินระยะไกล ต่อไป
สำหรับเที่ยวบินประจำบินตรงระยะไกลของแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ระหว่างกัวลาลัมเปอร์-โกลด์โคสต์ 4 เที่ยว/สัปดาห์ รหัสเที่ยวบิน D7 2702 ออกจากกัวลาลัมเปอร์ทุกจันทร์ พุธ ศุกร์ เวลา 21.40 น. ถึงปลายทาง 07.40 น. และ วันอาทิตย์ เวลา 07.20 น. ถึงปลายทาง 17.20 น.
เที่ยวบินโกลด์โคสต์-กัวลาลัมเปอร์ รหัสเที่ยวบิน D7 2703 ทุกอังคาร พฤหัสบดี เสาร์ เวลา 08.55 น.ถึงปลายทาง 15.25 น. วันอาทิตย์ 18.35 น. ถึงปลายทาง 01.05 น. ราคาตั๋วจองผ่านเว็บไซต์ www.airasia.com ราคาเลือกประมาณ 2,000-13,000 บาท/เที่ยวขึ้นไป
หน้า 36














