
ปี51 ไทย-เอเชีย บี้ 5 แคมเปญ ปูพรมผู้นำทัวร์อันดับ 2 ของโลก
วิเคราะห์
ผลจาก องค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (United World Tourism Organization : UNWTO) พยากรณ์การท่องเที่ยว 2 ปีข้างหน้า พ.ศ.2553 กลุ่มเอเชียตะวันออกและเอเชียแปซิฟิก จะผงาดสู่อันดับ 2 ของโลก มีนักเดินทางหมุนเวียน 195 ล้านคน/ปี มีส่วนแบ่งตลาด 25.40% เป็นแรงกระตุ้นไทยและประเทศคู่แข่ง เร่งขยายการลงทุนรองรับทันที สร้างแผนแม่บทเชิงยุทธศาสตร์ด้วยกลยุทธ์มีสีสันต่างกันไป หวังปูพรมความสำเร็จข้างหน้า 5-10 ปี
เปิดศักราชปี 2551 แต่ละประเทศต่างนำแคมเปญหรือแบรนด์ชื่อติดตลาดมาชิงความเป็นเจ้าตลาดบี้กัน 5 แคมเปญ Amazing Thailand-Uniqely Singapore-Visit Malaysia/Rasa Sayang-Three Countries, One Destination-Yokoso ! JAPAN
ประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คีย์แมนขยายตลาดและการขาย ตั้งเป้าใช้แคมเปญกึ่งแบรนด์ อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ ผนวกไฮไลต์สถานที่ท่องเที่ยว 7 สิ่งมหัศจรรย์ จับมือกับภาคเอกชนทุกสาขา ผลิตแพ็กเกจตลอดทั้งปีวางขายทั้งในและ ต่างประเทศหลายพันโปรแกรม หวังเพิ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 15.5 ล้านคน รายได้ 6.8 แสนล้านบาท และตลาดในประเทศ 82 ล้านคนครั้ง รายได้ 3.8 แสนล้านบาท ประการสำคัญที่สุดจะต้องนำไทยก้าวสู่ประเทศศูนย์กลางการท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทางด้านธรรมชาติและวัฒนธรรมให้สำเร็จ โดยจะรักษาฐานลูกค้ากลุ่มซ้ำ สหภาพยุโรป เอเชีย+แปซิฟิก และสร้างกลุ่มใหม่เพิ่ม เช่น แอฟริกา ตะวันออกกลาง รัสเซีย และนักท่องเที่ยวหรูหรา luxury travel จากทั่วโลก เติบโตเพิ่มอีกปีละ 1-3%
ส่วนท่าทีของว่าที่รัฐบาลใหม่ไม่ว่าจะเป็น ขั้วพลังประชาชนและพรรคอื่นๆ ขายฝันนโยบายส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ภาครัฐและเอกชนครบวงจร เพื่อดูดรายได้ตลาด ต่างประเทศมาค้ำจุนเศรษฐกิจ 3-5 ปี 6-8 แสนล้านบาท /ปี หากผนวกกับตลาดในประเทศอีก 4-6 แสนล้านบาท/ปี ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นไป ท่องเที่ยวจะสร้างแงินปีละ 1 ล้านล้านบาท
สิงคโปร์ ยังเหนียวแน่นกับแบรนด์ Uniqely Singapore ตั้งเป้าระยะยาวปี 2558 จะดึงนักท่องเที่ยวต่างประเทศได้สูงถึง 17 ล้านคน เควก ซวี ควน ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ การท่องเที่ยวสิงคโปร์ (Singapore Tourism Broad : STB) ยืนยันว่ามีสัญญาณที่ดีมาตั้งแต่ ปี 2547 จากนักท่องเที่ยว 8 ล้านคน ธันวาคม 2550 ฉลองนักท่องเที่ยวครบ 10 ล้านคน มั่นใจจะมีรายได้ 4.55 แสนล้านบาท
การท่องเที่ยวสิงคโปร์เติบโตเร็วส่งผลบวกโดยตรงต่อธุรกิจโรงแรม เห็นได้จากผลสำรวจตลอด 11 เดือนปีที่ผ่านมา ค่าห้องพักเฉลี่ย (average room rate : ARR) สูงขึ้น 29.8% ประมาณ 5,273 บาท/ห้อง/คืน สร้างรายได้ต่อห้องพัก (revenue per available room : RevPar) แตะ 3,871 บาท/ห้อง/คืน รายได้รวมห้องพักทั้งเกาะสิงคโปร์ 9 เดือนแรก มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท (854.4 ล้านเหรียญสิงคโปร์)
ตลอด 11 เดือน ปี 2550 สิงคโปร์มีลูกค้ารายใหญ่จากจีนถึง 1,015,887 คน เพิ่ม 6.3% อินเดีย 678,914 คน เพิ่ม 13.7% กิจกรรมที่สิงคโปร์เตรียมไว้ไม้เด็ดก็มีจะเป็นสถานที่จัดการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน กรังด์ปรีซ์ ครั้งที่ 1 กันยายนนี้ และการเปิดเมกะโปรเจ็กต์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ มารีน่า เบย์ แซนด์ ในปี 2553
มาเลเซีย ปี 2550 มุ่งมั่นดันแคมเปญ Visit Malaysia Year ปี 2551 เริ่มสร้างอีกแคมเปญ Rasa Sayang ฉลองการได้เอกราชครบรอบ 50 ปี มีความพยายามจะดึงพันธมิตรกลุ่มประเทศที่ได้เอกราชเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมาเลเซีย ตั้งเป้าหมายจะทำตลาดรวมต่างประเทศตลอดปีได้ 21.5 ล้านคน สร้างรายได้ 4.97 แสนล้านบาท
เพราะผลพวง Visit Malaysia Year 2550/2551 ท่องเที่ยวสร้างผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (GDP) ให้มาเลเซีย คิดเป็น 7.1% ของจีดีพี จากปี 2549 ทำไว้ 6.1% คิดเป็น 3.89 แสนล้านบาท ลูกค้าหลักยังคงเป็นจีนเพิ่มขึ้น 71% อินเดีย เพิ่ม 57.3% สินค้าไฮไลต์ขายกีฬาและ การเดินทางท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ
นักวิจัยจากสถาบันเศรษฐกิจแห่งชาติมาเลเซียระบุตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 9 ปี 2549-2553 การท่องเที่ยวจะผลักดันการเติบโตภาคบริการ จะได้เปรียบจากการใช้ความก้าวหน้า ทางเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาบริหารจัดการสถานที่ท่องเที่ยวปี 2549 มีกลุ่มลงทะเบียน ทำหมู่บ้านโฮมสเตย์ 79 แห่ง 1,089 ครัวเรือน
เวียดนาม มาแรงจากแคมเปญใหม่ที่เพิ่งจะเปิดตัว Three Countries, One Destination คือ 3 ประเทศ 1 จุดหมาย ผนวกจุดขายเที่ยวมรดกโลก 3 ประเทศ เวียดนาม-ลาว-กัมพูชา และ National Tourism Year in the Mekhong Delta ส่งเสริมการท่องเที่ยวสามเหลี่ยมลุ่มน้ำโขง เริ่มปี 2551 การปรับยุทธศาสตร์ของรัฐบาลเวียดนาม ดึงดูดต่างชาติเข้าไปลงทุนภาคบริการ โรงแรม ปี 2550 ประมาณ 41 โปรเจ็กต์ มูลค่ากว่า 5.8 หมื่นล้านบาท (1,773 ล้านเหรียญสหรัฐ) หากรวมการลงทุนช่วง 10 ปี ระหว่าง 2541-2550 มีถึง 229 โปรเจ็กต์ มูลค่ากว่า 2.03 แสนล้านบาท (6,084 ล้านเหรียญสหรัฐ) โรดแมป ด้านท่องเที่ยวจะเร่งพัฒนาการท่องเที่ยวแบบให้ชุมชนเป็นพื้นฐาน ตั้งเป้าปี 2553 จะเร่งทำรายได้ให้ถึง 1.33-1.5 แสนล้านบาท
ญี่ปุ่น หวังสัมฤทธิผลจากแคมเปญ Yokoo ! JAPAN หลังจากปี 2547 การ ท่องเที่ยวแห่งชาติญี่ปุ่น (JNTO) ลุกขึ้นมาทำแคมเปญนี้ เพราะคนในไหลออกไปเที่ยวต่างประเทศ 16.83 ล้านคน/ปี ต่างชาติไหลเข้ามาเที่ยวเพียง 6.14 ล้านคน/ปี จำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์หวังว่าปี 2553 จะมีชาวต่างชาติเข้าญี่ปุ่น 10 ล้านคน/ปี สถิติปี 2550 ก็พอจะเห็นแสงสว่างบ้าง ทำได้ 7.6 ล้านคน เพิ่ม 13.7%
นายเท็ตสึโร่ ฮิราตะ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายฝ่ายการท่องเที่ยวต่างประเทศ กล่าวว่า กลยุทธ์สู่ความสำเร็จหลักเน้นลงทุนโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวญี่ปุ่นในตลาดโลก ควบคู่กับการปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวในประเทศ ส่งเสริมการลงทุนโปรเจ็กต์ใหม่ พัฒนาศักยภาพด้านภาษาต่างประเทศรองรับลูกค้าต่างชาติ รวมทั้งจะอาศัยค่าเงินเยนที่ได้เปรียบจูงใจกำลังซื้อมากกว่า แนวโน้มท่องเที่ยวจะเป็นกุญแจเศรษฐกิจสร้างเงินสะพัดถึง 3.7 แสนล้านบาท จ้างงาน 4.69 ล้านตำแหน่ง รายได้มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 14,100 ล้านบาท/ปี
ตลอดปี 2551 กุญแจเศรษฐกิจจากอุตฯท่องเที่ยวทั้ง 5 แคมเปญ จะทำให้ไทย+4ประเทศร้อนแรงสุดๆ ในตลาดโลก
หน้า 25














