
รร.สร้างเพิ่มแย่งซื้อตัวสตาฟพุ่ง100% เจ้าสัว-ส.โรงแรมไทยยกเครื่องจ้างคน
เจ้าสัวไทยตั้งรับคลื่นระลอกใหญ่ปี 51 หลังห้องพักใหม่ผุดทั่วประเทศ 90 โปรเจ็กต์ โรงแรม แย่งซื้อตัวฝ่ายขาย-ต่างชาติลงทุนเสรี หัวหน้าแผนกและแรงงานภาคบริการในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ถูกทาบทามย้ายรังเสนอค่าจ้างเพิ่ม 50-100% เฉลี่ยจาก 12,000 ขยับเป็น 30,000 บาท/คน/เดือน ส.โรงแรมไทยผนึกมหาวิทยาลัยพันธมิตรบล็อกปัญหาเร่งฝึกอบรมมาตรฐานอินเตอร์สตาฟทุกระดับ
นายประกิจ ชินอมรพงษ์ อุปนายกสมาคม โรงแรมไทย เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่าฝ่ายบริหารและเจ้าของกิจการโรงแรมรีสอร์ต สมาชิกสมาคมโรงแรมไทยทั่วประเทศ เตรียมแผนกลยุทธ์ปี 2551 ตั้งรับเปิดเสรีให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนภาคอุตสาหกรรมบริการ โดยจะทุ่มทำโครงการและแคมเปญฝึกอบรมมาตรฐานบุคลากรทั้งระบบร่วมกับมหาวิทยาลัยผลิตคนเข้าสู่ตลาด สอดคล้องกับอัตราการเติบโตการลงทุนโรงแรมและรีสอร์ตกว่า 90 โครงการเกือบกว่า 4,000 ห้อง ประเมินอัตราส่วนการจ้างงาน 1.5 คน/ห้อง จะต้องเพิ่มทั้งระดับหัวหน้าทุกแผนก และพนักงานบริการทั่วไปอีกไม่ต่ำกว่า 6,000 คน
เมื่อความต้องการบุคลากรมีสูง ปีนี้โรงแรมจะต้องเผชิญปัญหาการแข่งขันกันซื้อหัวหน้าแผนก โดยเฉพาะทีมบริหารงานฝ่ายขายและการตลาดห้องพัก ด้วยวิธีเสนออัตราค่าจ้างเพิ่ม 50-100% ปัจจุบันเงินเดือนฝ่ายขายโรงแรมในกรุงเทพฯ เฉลี่ย 12,000 บาท/คน/เดือน อาจได้รับการต่อรองค่าจ้างเพิ่มเป็น 25,000-30,000 บาท/คน/ เดือน ฝ่ายขายโรงแรมต่างจังหวัดเฉลี่ย 8,000-9,000 บาท/คน/เดือน อาจได้รับการเจรจาปรับเพิ่มเป็น 12,000-15,000 บาท/คน/เดือน
ทีมงานฝ่ายขายจะเป็นกลุ่มหลักที่จะถูกทาบทามซื้อตัวด้วยค่าจ้างสูงเป็นพิเศษทุกยุคที่มีโรงแรมสร้างใหม่ผุดเป็นดอกเห็ด แผนกนี้ได้เปรียบสูงกว่าพนักงานโรงแรมแผนกอื่น เพราะได้รับการฝึกอบรมให้มีประสบการณ์พบปะสนิทคุ้นเคย มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ดีกับบริษัทตัวแทนขายการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ สายการบิน และคู่ค้า สามารถปิดการขายให้ตัวแทนเหล่านี้ทำสัญญาจองห้องพักส่งลูกค้าให้แต่ละโรงแรมตลอดทั้งปี
เดิมวงจรการซื้อตัวพนักงานหายไปพักใหญ่ แต่ปีนี้วงจรนี้มีแนวโน้มจะกลับมาอีกครั้ง ดังนั้นสมาคมโรงแรมไทยจึงจะต้องบุกพัฒนามาตรฐานการฝึกอบรมคน และโรงแรมส่วนใหญ่อาจจะต้องปรับฐานเงินเดือนพนักงานอีกครั้งตามสภาพเศรษฐกิจและการแข่งขัน ความเป็นไปได้ ทั้งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะขึ้นค่าจ้างได้เต็มที่ ไม่เกิน 20%
นายประกิจกล่าวว่า นอกจากแผนงานด้านการพัฒนามาตรฐานการฝึกอบรมบุคลากรแล้ว เอกชนทั้งอุตสาหกรรมโรงแรมและท่องเที่ยวยังเตรียม รับรัฐบาลใหม่ เพราะ 1 ปี 4 เดือนที่ผ่านมารัฐบาล ไม่ได้ทำอะไรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันการก่อสร้างโรงแรมเพิ่มจำนวนสูงมาก ส่งผลให้อัตราเข้าพักเฉลี่ยห้องพักทั้งประเทศตลอดปี 2550 ลดลง 6-8% ส่วนรายได้รวมจะใกล้เคียงกับปี 2549 เนื่องจากโรงแรมส่วนใหญ่ปรับขึ้นราคาห้องพัก 5-10%
ปี 2551 ภาคเอกชนเล็งเห็นว่าก่อนหน้านี้สมาชิกแต่ละพรรคการเมืองหาเสียงโดยชูนโยบายยกระดับเศรษฐกิจจากรายได้ท่องเที่ยว เพราะสามารถดึงเงินต่างประเทศได้ง่ายและไทยยังครองความนิยมในตลาดโลก สิ่งที่จะวอนให้รัฐบาลใหม่ส่งเสริมสนับสนุนเต็มที่ด้านการใช้เงินลงทุนพัฒนาตลาด รักษาแหล่งท่องเที่ยว และดูแลมาตรฐานความปลอดภัยนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ
สำหรับภาคผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมตั้งเป้าเร่งยกฐานะมาตรฐานบริการเป็นอินเตอร์เนชั่นแนล ทำให้โรงแรมที่เป็นเจ้าของเองแข่งขันกับเชนต่างชาติได้ อีกอย่างรัฐบาลต้องการจำนวนคนเข้ามาเที่ยวเพิ่มถึง 20 ล้านคน/ปี จึงต้องผลิตบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถ คนไทยควรได้รับเงินเดือนสูงแทนที่จะต้องจ่ายผู้บริหารต่างชาติเป็นหลัก ขณะนี้สมาคมโรงแรมไทยยอมรับมาตรฐานบริการของบุคลากรมีเพียง 50-60% จำเป็นต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายเร่งยกระดับให้เร็ว มีมาตรฐานและคุณภาพแข่งขันกับสากลได้














