
สุทธิกร เปิดแนวรุก อลังการ ธุรกิจโชว์ไทยบิ๊กในตลาดไมซ์อินเตอร์
สัมภาษณ์
โดย เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน
สุทธิกร เจียรไพฑูรย์ กรรมการผู้จัดการ โรงละครไทย อลังการ อัครสถานการแสดงแห่งความเป็นไทย ทายาทนักธุรกิจรุ่นที่ 2 ของตระกูล เจียรไพฑูรย์ เจ้าของกิจการโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ ให้สัมภาษณ์ ประชาชาติธุรกิจ ถึงการแตกไลน์ธุรกิจหันมาเอาดีทางการลงทุนผลิตโชว์ อนุรักษ์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีไทย ให้นักท่องเที่ยวท้องถิ่นและนานาชาติมีความรู้สึกร่วมประทับใจในความเป็นไทย
u ธุรกิจโรงละครไทยในความฝันกับความจริงต่างกันหรือไม่
อลังการลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท ขนาด 2,000 ที่นั่ง มีลานวัฒนธรรม ภัตตาคาร รับได้ 1,000 ที่นั่ง ดำเนินธุรกิจมา 3 ปีแล้วครับ ก่อนเปิดบริการผมคำนวณว่าควรจะได้นักท่องเที่ยวอย่างต่ำเดือนละ 40,000 คน เฉลี่ยวันละ 1,000 คน พอเปิดจริงทำได้เดือนละ 30,000 คน ยังมีแรงบันดาลใจล้นเหลือ เพราะช่วงเปิดเต็มรูปแบบปีที่ 2-3 นักท่องเที่ยวเติบโต 2 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดรวมแต่ละปี
ปีแรกที่เปิดโครงการช่วง 2547 มีหลายปัจจัยทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวปีนี้ยังไม่ถึงเป้า เช่น ภาวะเศรษฐกิจ โรคต่าง ๆ ทั้งซาร์ส ไข้หวัดนก เหตุการณ์ปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 ก่อการร้าย 3 จังหวัดชายแดนใต้ นักท่องเที่ยวแต่ละประเทศอ่อนไหวกับเรื่องเหล่านี้มาก ยอมรับว่าบางส่วนเราเองก็ไม่พร้อม โดยเฉพาะเรื่องรูปแบบการแสดงยังไม่โดนใจนักท่องเที่ยว การพากย์ด้วยเสียงภาษาไทยทำให้ต่างชาติดูไม่รู้และเกิดความเบื่อหน่าย
แต่ตอนนี้ทยอยแก้ไขปรับปรุงจุดบกพร่องจนเป็นรูปธรรมสมบูรณ์เมื่อกลางปี 2549 มี 3 ส่วน ภาษา ดนตรี การสื่อสาร จุดแรกเป็นงานหลัก คือ บทที่โชว์ ตัดภาษาพูดออกทำเป็นแอ็กชั่นและปรับเป็นเล่าเรื่องแต่ละยุคโดยใช้การแสดง 3 องก์ องก์ 1 ความเชื่อของไทย มีฉากไฟ ภูติผี พญานาค องก์ 2 วัฒนธรรม มีโขน และการแสดง 4 ภาค องก์ 3 ความเรืองรองของอาณาจักรไทย 3 ยุค สุโขทัย โชว์ประเพณีลอยกระทง อยุธยา โชว์การทำยุทธหัตถีบนหลังช้าง รัตนโกสินทร์ โชว์การเห่เรือพระราชพิธีในเจ้าพระยา
จุดสองปรับแสง สี เสียงใหม่ แต่ละฉากต้องนำช่างเทคนิคมืออาชีพทำให้การแสดงเหมือนจริงทั้ง 3 องก์ โดยเฉพาะบางฉากต้องกระตุ้นผู้ชมเกิดความตื่นเต้นตามไปด้วย โดยไม่จำเป็นต้องจดจ่ออยู่กับการเงี่ยหูฟังเนื้อเรื่องเหมือนปีแรกๆ
สุทธิกรบอกว่า ธุรกิจโรงละครไทยเป็นของที่มีคุณค่ามาก แต่การเข้ามาสัมผัสเต็มตัว ความจริงกับความฝันนั้นต่างกันมาก
u ศักยภาพของกำลังซื้อต่างประเทศเป็นอย่างไร
เป้าหมายหลักเป็นนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีน 50% มีตลาดอื่นประปราย เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน เกาหลี อินเดีย เวียดนาม ตั้งแต่ปี 2550 เริ่มขยายตลาดแนวใหม่เปิดแนวรุกภารกิจ รับจัดอีเวนต์ ขานรับกระแส MICE เปิดดีลรับงานใหญ่ระดับประเทศและนานาชาติจากลูกค้า กลุ่มอินเซนทีฟทัวร์ สัมมนา เปิดตัวสินค้า และ บุกเบิกอลังการเป็นสถานที่จัดการแสดงคอนเสิร์ตระดับอินเตอร์ให้เป็นอีเวนต์ประจำปีเมืองท่องเที่ยวพัทยา โครงการแรกชิมลางจัด CLASSIC MEET JAZZ @ PATTAYA วันที่ 3 มิถุนายนนี้
อลังการ เริ่มสนุกกับธุรกิจรับจัดอีเวนต์ เพราะล่าสุดเพิ่งจัดบิ๊กอีเวนต์ให้บริษัท โปรเฮลท์ จำกัด จากจีน เป็นกลุ่มลูกค้าขายตรงที่ได้รางวัลมาเที่ยวฟรี (incentive) และมาประชุมร่วมกัน ขนาด 6,000 คน หรือการเป็นสถานที่เปิดงาน IT & CMA จัดกาลาดินเนอร์ และโชว์ศิลปะ วัฒนธรรมไทย ให้ผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกชม และการเปิดตัวสินค้ารถยนต์รุ่นใหม่ยี่ห้อหนึ่ง เมื่อเร็วๆ นี้
ขณะนี้ได้ดีลรับจัดงานใหญ่ให้บริษัท NF LEE KUM KEE จำกัด จากฮ่องกง จะออกแบบทำธีมดินเนอร์บนหาดทราย
ผมวางกลยุทธ์ขยายจุดขายเชิงรุกเข้าไปรับจัดอีเวนต์ มีเป้าหมาย 2 อย่าง ทำภาพลักษณ์โรงละครอลังการ และ เพิ่มรายได้ พูดง่ายๆ คือผมสู้ทุกทางด้วยการจะบริหารจัดการธุรกิจโรงละครไทยให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
u เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่โดดเข้ามาเล่นธุรกิจหินมากจะฝ่าด่านต่อไปอย่างไร
โรงละครไทยเป็นธุรกิจที่เน้น อารมณ์ สินค้าหลักคือคนหรือนักแสดง เพราะเกือบทั้งหมดต้องใช้คนจำนวนมากเล่นให้เป็นหนึ่งเดียวกัน สิ่งที่ยากสุดนอกจากธุรกิจแล้วยังเป็นเรื่องการบริหารพนักงาน 300 คน นักแสดงปาเข้าไปกว่า 100 คน พนักงานบริการส่วนอื่นทั้งโครงการ พอแต่ละคนมีอารมณ์เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะมาจากที่บ้านหรือจากการทำงานร่วมกับคนอื่น ก็จะมีผลกระทบกับการแสดงทันที
ผมขอเปรียบเทียบว่าการขายบัตรชมการแสดงโชว์ไทยซึ่งเป็นศิลปวัฒนธรรม ประเพณีที่ทรงคุณค่าอย่างมาก แต่เชื่อไหมครับ กลับขายได้ยาก ต่างจากอบายมุขตามแหล่งบันเทิงอย่างผับ บาร์ คาราโอเกะ ก็รู้กันอยู่แล้วพัทยาเป็นเมือง แสงสีแห่งเอ็นเตอร์เทนเมนต์เป็นตัวชูโรงดึง นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด นักท่องเที่ยวนานาชาติ มักชอบบันเทิงสไตล์สนุกสนานมากกว่าดูโชว์ไทย
ดังนั้น อลังการของผมจึงต้องอาศัยขายตรง กับเอเย่นต์ที่นำนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นหมู่คณะ (tour group) ในเชิงธุรกิจตลาดทัวร์หมู่คณะ ในเมืองไทยโดยเฉพาะจีนทั้ง 5 ประเทศ บีบราคาขายกันอุตลุดจนเกิดกรณีทัวร์ศูนย์เหรียญ ทำราคาทัวร์ต่ำกว่าความเป็นจริง จะไม่ขายก็ไม่ได้ พอขายก็ขาดทุน ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องจัดระเบียบเสียที ให้มีค่าธรรมเนียมจัดทัวร์ตามมาตรฐานบ้าง
ถามว่า อลังการโดนหางเลขเหล่านี้หรือไม่ บางครั้งก็โดนบ้าง อยู่ที่ว่าต้องเลือกให้ดีและมีความรู้รอบด้าน เพราะต่อให้ผมใช้เงินลงทุนมาก หรือออกแบบโชว์ดีขนาดไหน ถ้าองค์ประกอบของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกับราคาขายไม่สอดคล้องกัน ก็ยากที่จะถึงจุดคุ้มทุนตามเวลาที่วางไว้ แต่ก็ต้องหากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อเดินหน้าต่อไป
u รายรับและรายจ่ายเป็นอย่างไรบ้าง
รายรับยังต่ำกว่ารายจ่ายอยู่ เพราะอยู่ในช่วงเริ่มต้น ส่วนค่าใช้จ่ายลงทุนครั้งแรกกว่า 1,000 ล้านบาท ทุกวันนี้มีค่าปฏิบัติการปีละ 100 ล้านบาท เฉลี่ยประมาณเดือนละ 10-12 ล้านบาท ทั้งค่าจ้างพนักงาน ค่าอุปกรณ์ และจิปาถะ
แนวรุกของผมท่องคาถาธุรกิจบทเดียวต้องสู้ทุกทาง และต้องใช้โรงละครให้เกิดประโยชน์สูงสุด บางครั้งถ้าจะเป็นผู้ริเริ่มธุรกิจหรือตลาดแนวใหม่ก็ต้องใจถึง บางจังหวะต้องยอมทำตัวเป็นเจ้าบุญทุ่มบ้าง อย่างการบุกเบิกจัดแจ๊ซ พัทยา เดือนมิถุนายนนี้ ใช้ทุน 4 ล้านบาท ขายบัตรใบละ 1,000 บาท และ 1,500 บาท/ที่นั่ง ขายจนเกลี้ยง 2,000 ที่นั่ง ก็ไม่มีทางกำไร แต่ต้องทำเพื่อปลุกกระแสการรับรู้ของกำลังซื้อพัทยามีศักยภาพมากกว่าเป็นแหล่งบันเทิงแห่งหนึ่งเท่านั้น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวไฮเอนด์ก็ได้
สุทธิกร เจียรไพฑูรย์ นักธุรกิจหนุ่มมีความหวังเต็มเปี่ยมที่จะทำให้โรงละครไทยประสบความสำเร็จทุกทาง
หน้า 36
| Hit : องก์ ล้านบาท ที่นั่ง เจียรไพฑูรย์ วัฒนธรรม 2549 ขนาด อลังการ |














