เวียดนามสั่งห้ามส่งออกข้าว จนถึงเดือน มิ.ย. คาดราคาข้าวพุ่งอีกจนถึงปี 2553
สำนักข่าวเอเอฟพี อ้างรายงานของเวียดนามนิวส์ เอเจนซี (อีเอ็นเอ) ที่เผยแพร่ข่าว เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ว่า รัฐบาลเวียดนามจะห้ามส่งออกข้าว ชุดใหม่ ไปจนถึงเดือน มิ.ย. แม้ว่า จะมีผลผลิตข้าวในประเทศเพิ่มขึ้นมากก็ตาม ก็เพื่อเป็น การรับรองเสถียรภาพอาหารในประเทศและสนับสนุนมูลค่าข้าวของเวียดนามด้วย
ทั้งนี้ เวียดนามถือเป็นประเทศ ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลกรองจากประเทศไทย และยังเป็นผู้ปลูกข้าวที่ได้ผลประโยชน์อย่างมาก จากราคาข้าวในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรุนแรง ขณะที่บรรดาผู้บริโภคภายในประเทศยังต้องเผชิญหน้ากับตัวเลขภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่ม สูงขึ้นถึง 2 เท่าตัวในเวลานี้
ตามรายงานของสำนักข่าว วีเอ็นเอ เหงียน ตรานห์ เปียน รัฐมนตรีช่วยการค้าและอุตสาห กรรมของเวียดนาม กล่าวว่า การห้ามส่งออกข้าวของเวียดนามจะยังคงมีอยู่ต่อไป แม้ว่าในช่วงฤดูเกี่ยวข้าวในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง จะมีผลผลิตเพิ่มมากขึ้นก็ตาม
เปียน กล่าวด้วยว่า การเคลื่อนไหวของเวียดนามครั้งนี้ แม้จะทำให้ปริมาณข้าวส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศลดลง แต่ก็จะทำให้มูลค่าและรายได้จากการส่งออกข้าวมีเพิ่มมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่เดือน เวียดนามสามารถส่งออกข้าวไปขายยังต่างประเทศได้มากกว่า 1 ล้านตัน ซึ่งทำให้มีกำไรมากกว่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.26 หมื่นล้านบาท)
รัฐมนตรีช่วยการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนาม กล่าว อีกว่า การส่งออกข้าวไปยังฟิลิปปินส์ครั้งล่าสุด สามารถทำกำไรให้กับเวียดนามได้ถึง 1,200 เหรียญสหรัฐ (ราว 3.7 หมื่นบาท) ต่อตัน
นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ด้วยว่าราคาข้าวในตลาดโลก อาจจะทะยานขึ้นไปแตะที่ระดับ 1,500 เหรียญสหรัฐ (ราว 4.7 หมื่น บาท) ต่อตัน ในเดือนหน้านี้ และยังเชื่อด้วยว่าราคาข้าวจะยังคงเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึง ปี 2553













