เหยื่อพายุไซโคลนนาร์กีสพุ่งเกือบ 4,000 ศพ เตือนอาจพุ่งเป็นหมื่นศพในพื้นที่ห่างไกล ทางการพม่ายันเดินหน้าลงประชามติรัฐธรรมนูญใหม่เสาร์นี้
สถานีโทรทัศน์และวิทยุของพม่ารายงานเมื่อวันจันทร์ (5 พ.ค.) ว่า
ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุพายุไซโคลนนาร์กีสพัดถล่มเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพิ่มขึ้นเป็น 3,969 ราย สูญหายอีกกว่า 2,129 ราย
โดยรายงานข่าวเสริมด้วยว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจพุ่งเป็นหลายหมื่นศพในพื้นที่ห่างไกลที่ถูกพายุถล่มเช่นเมืองโบกาเลย์ และเมืองลาบุตตาในสามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำอิระวดี ขณะที่ยอดผู้ไร้ที่อยู่อาศัยสูงถึงเกือบ 9.8 หมื่นคน
รายงานข่าวเผยว่า ขณะนี้หน่วยงานบรรเทาทุกข์ต่างเร่งส่งอาหารและน้ำดื่มไปให้ผู้ประสบภัย ขณะที่เทียนไข และน้ำดื่มซึ่งเป็นสิ่งของจำเป็นมีราคาแพงขึ้นเท่าตัว โดยสาเหตุที่ประชาชนขาดแคลนน้ำเป็นเพราะไม่มีกระแสไฟฟ้ามาป้อนเครื่องปั๊มน้ำทำให้บ้านเรือนส่วนใหญ่ไม่มีน้ำใช้ ทำให้บางคนต้องเดินไปอาบน้ำชำระล้างสิ่งของที่ทะเลสาบแทน ทางด้านโรงแรม และสถานบริการต่างๆ ต้องใช้เครื่องปั่นไฟของตัวเองเลยพลอยทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งตามไปด้วย
ส่วนที่
นครย่างกุ้ง
เมืองหลวงเก่านั้นสถานการณ์ยังคงเลวร้าย ประชาชนต้องจุดเทียนแทนไฟฟ้าที่ดับเกือบทั่วเมืองมาตั้งแต่วันเสาร์ ทั้งยังต้องไปเข้าแถวรอซื้อน้ำสะอาดมาใช้อุปโภคบริโภค ขณะที่ถนนหนทางก็ยังเต็มไปด้วยต้นไม้กิ่งไม้ที่หักโค่นลงมาขวางทาง แต่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ออกมาเก็บกวาดแต่อย่างใดจนชาวบ้าน และพระภิกษุจากวัดหลายแห่งต้องช่วยกันใช้มีด และขวานตัดกิ่งไม้ที่ขวางถนนออกแทน โดยบรรดาคนเฒ่าคนแก่ที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้กล่าวว่าไม่เคยเห็นย่างกุ้งได้รับความเสียหายมากขนาดนี้มาก่อนในชั่วชีวิตของตัวเอง
นอกจากนี้ ระบบขนส่งมวลชนก็หยุดชะงักเป็นส่วนใหญ่แม้ว่าสนามบินนานาชาติในนครย่างกุ้งจะเปิดให้บริการตามปกติแล้วในวันจันทร์ ส่วนโทรศัพท์ ทั้งโทรศัพท์บ้าน และโทรศัพท์มือถือ และอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ยังคงใช้การไม่ได้ และเนื่องจากตัวเมืองตกอยู่ในความมืดทำให้ประชาชนพลอยวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัยไปด้วย ร้านค้าจำนวนมากจึงขายของโดยเปิดประตูหน้าเพียงบางส่วน หรือขายอยู่หลังลูกกรงเหล็ก
ด้าน
หนังสือพิมพ์ นิว ไลท์ ออฟ เมียนมาร์
ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลพม่ารายงานว่า ทางการจะไม่เลื่อนวันลงประชามติรับรองร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ออกไป แม้ว่าประเทศจะได้รับความเสียหายร้ายแรงจากฤทธิ์พายุไซโคลนนาร์กีสก็ตาม เพราะเห็นว่าเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงวันลงมติ อีกทั้งประชาชนทั่วทั้งประเทศต่างตั้งตารอที่จะได้ออกไปใช้สิทธิ์














