เจ้าหน้าที่พม่าคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตจากพายุไซโคลนนาร์กีสในตำบลเดียวสูงถึง 8 หมื่นราย เลขาธิการอาเซียนวอนพม่าเปิดบ้านรับความช่วยเหลือจากนานาชาติ หลังจากยังไม่ยอมอนุมัติวีซ่าให้เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ต่างชาติส่วนใหญ่
(8พค.) เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในตำบลลาบุตตา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดจาก
พายุไซโคลนนาร์กีส
ที่พัดกระหน่ำด้วยความเร็วเกือบ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บอกว่ามีหมู่บ้านหลายสิบหมู่บ้าน จากทั้งหมด 63 หมู่บ้านถูก
พายุ
กวาดไปไม่เหลือซาก และคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตที่ตำบลนี้เพียงแห่งเดียวสูงถึง 8 หมื่นคน ตอนนี้เกือบทั้งเมืองจมอยู่ใต้น้ำ ชาวบ้านแห่กันกันไปที่ตัวเมืองเพื่อขออาหาร
และน้ำดื่ม หลายคนบอกว่าพวกเขาไม่เหลือญาติพี่น้องอีกแล้ว บางคนไปที่วัดที่ถูก
พายุ
พัดพังเสียหายเพื่อขอความช่วยเหลือจากพระสงฆ์ บ้างก็ต้องอาศัยวัดเป็นที่พักพิงชั่วคราว
ขณะที่ศพของผู้เสียชีวิตก็ถูกนำไปฝังกันตามข้างถนน ส่วนผู้บาดเจ็บก็รักษากันไปตามมีตามเกิดและจนถึงตอนนี้ชาวบ้านในตำบลนี้ก็ยังคงเฝ้ารอความช่วยเหลือทั้งอาหาร น้ำดื่ม และเวชภัณฑ์ ที่ยังไม่เคยเข้ามา และมีผู้รอดชีวิตจำนวนมากเฝ้ารอเรือกู้ภัย บางคนต้องปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้าน หรือบนต้นไม้ แต่มีเรือกู้ภัยยาว 15 ฟุต สามารถบรรทุกคนได้เที่ยวละ 30 คนผ่านมารับผู้ประสบภัยเพียงวันละไม่กี่เที่ยว และจำนวนเที่ยวลดลงทุกวัน เนื่องจากไม่มีน้ำมันเติมเรือ
ด้านมาร์ค แคนนิ่ง เอกอัครราชทูต อังกฤษประจำ
พม่า
เรียกเหตุการณ์ครั้งนี้ว่าเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่จะเป็นบททดสอบรัฐบาลทหาร
พม่า
และในตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญกำลังหารือกันถึงเรื่องแผนการฟื้นฟู และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่ในพม่า ที่จะเทียบเท่ากับภารกิจการฟื้นฟูจังหวัดอาเจะห์ของอินโดนีเซียหลังภัยพิบัติสึนามิ
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนกล่าวที่อินโดนีเซียวันนี้ เรียกร้องให้รัฐบาลทหาร
พม่า
อนุญาตให้นานาชาติจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย
พายุไซโคลน"นาร์กีส"
โดยเร็วก่อนที่จะสายเกินไป และขณะนี้สำนักเลขาธิการอาเซียนกำลังพยายามอธิบายให้รัฐบาลทหาร
พม่า
เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนและมิตรไมตรีจากประเทศต่างๆ
นายสุรินทร์ ยังแสดงความไม่เข้าใจว่าอะไรทำให้เกิดความล่าช้า แต่บอกว่าอาจเป็นเพราะโครงสร้างพื้นฐานทั้งหลายได้รับความเสียหาย และอาจกำลังมีการหารือกันใน
พม่า
ว่าอะไรจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการรับความช่วยเหลือ
ขณะที่โฆษกสำนักงานประสานงานด้านกิจการมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ โอซีเอชเอบอกว่า จนถึงขณะนี้พม่าได้อนุมัติออกวีซ่าให้เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์เพียงไม่กี่คนเข้าไปให้ความช่วยเหลือ ซึ่งเป็นเรื่องน่าห่วง เพราะเวลานี้มีความจำเป็นอย่างมากที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการบรรเทาหายนะภัยและการประสานงานจะต้องเข้าไปในพื้นที่ประสบภัยโดยเร็ว เพื่อให้สามารถจัดสรรความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น














