ห่วงเรื่องสิทธิมนุษยชน-นิวเคลียร์
บุชปิดฉากเยือนเกาหลีใต้ มุ่งกระชับสัมพันธ์ทางทหาร-ผลักดันเอฟทีเอ วิพากษ์จีน-เกาหลีเหนือประเด็นสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและอาวุธนิวเคลียร์ ชี้เร็วไปที่จะถอดโสมแดงพ้นกลุ่มอักษะปีศาจ
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม นายจอร์จ ดับเบิลยู.บุช ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการ ก่อนเดินทางต่อมายังประเทศไทยในวันเดียวกันนี้ ได้แสดงท่าทีของสหรัฐที่มีเกาหลีใต้ จีนและเกาหลีเหนือ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่การตำหนิและการแสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในจีนและเกาหลีเหนือ รวมถึงโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ
โดยประธานาธิบดีบุชได้แถลงต่อผู้สื่อข่าว ภายหลังพบหารือกับประธานาธิบดีลี เมียง บัคของเกาหลีใต้ ซึ่งมีความเห็นพ้องกันที่จะกระชับสัมพันธ์ทางทหารระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองประเทศยังให้คำมั่นในการทำงานร่วมกันเพื่อให้ข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) สหรัฐ-เกาหลีใต้ผ่านการให้สัตยาบันรับรองโดยรัฐสภาของทั้งสองประเทศ
ในส่วนประเด็นว่าด้วยเกาหลีเหนือ ประธานาธิบดีบุชได้ส่งสารอันแข็งกร้าวไปถึงนายคิม จอง อิล ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือว่า นายคิม จอง อิล จะยังคงเป็นผู้นำระบอบการปกครองที่ถูกคว่ำบาตรมากที่สุดในโลกต่อไป เว้นแต่ว่าผู้นำเกาหลีเหนือจะเคารพต่อพันธกิจในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ อย่างไรก็ดี ยังเร็วเกินไปที่จะถอดเกาหลีเหนือพ้นจากกลุ่มอักษะปีศาจที่สหรัฐตราหน้าว่าเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐและโลกมาตั้งแต่ปี 2545
ผมเป็นห่วงสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหนือ การเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมและการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงโครงการแพร่ขยายอาวุธและจรวดนำวิถีในเกาหลีเหนือ หนทางที่ดีที่สุดที่จะนำไปสู่คำตอบของความห่วงกังวลนี้คือ มาตรการตรวจสอบที่เข้มแข็ง ซึ่งเราดำเนินการอยู่ในกรอบการเจรจา 6 ฝ่าย บุชกล่าว
ผู้นำสหรัฐยังเรียกร้องให้จีนเปิดกว้างด้านสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการนับถือศาสนา และว่า การปราบปรามกลุ่มนักเคลื่อนไหวในจีนนั้น เป็นการกระทำที่ผิดพลาด พร้อมกันนี้ บุชยังได้กล่าวปกป้องตนเองที่ตัดสินใจมาร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งจีนเป็นเจ้าภาพ จนทำให้เขาถูกวิจารณ์ว่าเพิกเฉยต่อปัญหาสิทธิมนุษยชนในจีนว่า เกมการแข่งขันเป็นเรื่องของกีฬา ตนไม่ต้องการให้นำเกมกีฬา มาเป็นที่ที่ตนต้องไปแสดงทัศนะเกี่ยวกับประเด็นทางศาสนาและสิทธิเสรีภาพอื่นๆ
ผมได้พบปะหารือกับผู้นำจีนมาเป็นเวลานานถึง 7 ปีครึ่งแล้ว ถ้อยคำของผมก็เหมือนเดิมๆ คือ คุณไม่ควรกลัวคนที่มีศรัทธาต่อศาสนาในสังคมของคุณ ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร คนเหล่านั้นจะทำให้สังคมของคุณดีขึ้น บุชกล่าว และว่า ผู้นำจีนควรจะยินดีกับคนที่สามารถแสดงความรู้สึกนึกคิดของตนเองออกมาได้ (เอเอฟพี/บีบีซี)
หน้า 13














