เมื่อวันที่ 6 ส.ค. สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ในการเดินทางเยือนไทยของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ผู้นำสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยนางลอร่า ภริยาและน.ส.บาร์บาร่า ลูกสาว แม้ว่าผู้นำสหรัฐจะแสดงบทบาทกระตุ้นเรื่องสิทธิมนุษยชนในจีน ผ่านการกล่าวสุนทรพจน์ แต่การเลือกประเทศไทยที่เป็นเพื่อนบ้านสนิทกับพม่า บ่งบอกด้วยว่า ผู้นำสหรัฐต้องการกดดันรัฐบาลทหารพม่าเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะกล่าวสุนทรพจน์โจมตีทหารพม่า และเรียกร้องให้ปล่อยนางออง ซาน ซู จี ผู้นำฝ่ายค้านของพม่าแล้ว บุชยังมีหมายพบกับกลุ่มเคลื่อนไหวประชาธิปไตยพม่าในไทยที่ต่อต้านเผด็จการทหารพม่าอีกด้วย
รายงานระบุว่า การเยือนครั้งนี้ที่บุชกดดันรัฐบาลทหารพม่าตรงกับวาระครบรอบ 20 ปีเหตุการณ์ 8-8-88 เป็นวันนองเลือดเพื่อประชาธิปไตยในพม่า ตรงกับวันที่ 8 เดือน 8 ปี 1988 มีผู้เสียชีวิตจากการล้อมปราบของทหารราว 3,000 ราย ซึ่งในปีนี้วาระครบรอบตรงกับวันเปิดมหกรรมโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่งพอดี บุชจึงจะถือโอกาสเยือนไทย พบปะและรับประทานอาหารกลางวันกับสมาชิกที่ลี้ภัยมาอยู่ในไทยหลังจากเคลื่อนไหวทางการเมืองในเหตุการณ์นั้น
บุชจะกล่าวย้ำข้อความของดร.คอนโดลีซซา ไรซ์ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ที่ประกาศว่าจะหยุดยั้งระบบทรราชย์ในพม่า แหล่งข่าวกล่าว โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสหรัฐเพิ่งลงนามในกฎหมายขยายเวลาใช้มาตรการลงโทษรัฐบาลทหารพม่า ด้วยการคว่ำบาตรทางการค้าและการเงิน
ด้านนางลอร่า ภริยาของบุชที่มีบทบาทรณรงค์เรื่องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในพม่า จะเดินทางเยี่ยมค่ายผู้อพยพชาวกะเหรี่ยง บริเวณชายแดนไทย เพื่อย้ำผลกระทบจากการกวาดล้างของทหารพม่าต่อชาวบ้าน
ออง เนียง อู นักเคลื่อนไหวทางการเมืองของพม่าในไทยที่จะได้พบบุช ให้สัมภาษณ์รอยเตอร์ ว่า หลังจากเหตุการณ์ไซโคลนนาร์กีส แสดงให้เห็นแล้วว่า หากสหรัฐต้องการช่วยชาวพม่า จำเป็นต้องมีสายสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารพม่าไว้บ้าง เพราะในตอนนั้นที่สหรัฐและฝรั่งเศสส่งเรือและเฮลิคอปเตอร์มาช่วย กลับไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป
หน้า 7














