เฟดมีมติยืนอัตราดอกเบี้ยเท่าเดิม 2% ยอมรับเป็นห่วงเงินเฟ้อค่อนข้างมาก แม้ราคาน้ำมันจะลดลง เผยปัญหาเดิมๆ จะยังถ่วงเศรษฐกิจอีกหลายไตรมาส ตลาดหุ้นเด้งทันตาเกือบ 3%
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในการประชุมวันที่ 5 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา คณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐอเมริกา ที่มีนายเบน เบอร์นันกี้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เป็นประธาน มีมติ 10 ต่อ 1 ให้ตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิมคือ 2% ซึ่งเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาด โดยให้เหตุผลว่า ยังมีปัจจัยเสี่ยงด้านลบต่อเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นภาวะสินเชื่อตึงตัว,ราคาบ้านและยอดขายบ้านที่ตกต่ำ จึงเห็นว่าไม่ควรปรับขึ้นดอกเบี้ย ขณะเดียวกันก็ยังมีความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่สูงอันเกิดจากราคาพลังงาน แม้ว่าในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาน้ำมันจะลดลงก็ตาม แต่ก็ยังเห็นว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้
สินเชื่อตึงตัว ราคาบ้านและยอดขายบ้านที่ตกต่ำ รวมทั้งราคาพลังงานที่สูงจะยังเป็นตัวถ่วงเศรษฐกิจไปอีกหลายไตรมาสข้างหน้า ทั้งนี้ในส่วนของเงินเฟ้อนั้นแม้ทางคณะกรรมการจะประเมินว่าเงินเฟ้อจะชะลอลงเล็กน้อยในปลายปีนี้และปีหน้า แต่ก็เห็นว่าภาพรวมของเงินเฟ้อยังมีความไม่แน่นอนสูงแถลงการณ์ของเฟดระบุ
รายงานข่าวเปิดเผยว่า กรรมการเพียงคนเดียวของเฟดที่ต้องการให้ขึ้นดอกเบี้ย ยังคงเป็นนายริชาร์ด ฟิสเชอร์ ประธานเฟดสาขาดัลลัส ซึ่งเป็นครั้งที่ 5 แล้วที่นายฟิสเชอร์เห็นต่างจากกรรมการรายอื่นด้วยการเสนอให้ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดักหน้าเงินเฟ้อแต่เนิ่นๆ
ทางด้านนักเศรษฐศาสตร์บางคนเชื่อว่าเฟดจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยจนกว่าจะถึงปีหน้า ทั้งนี้เพื่อใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัว
หลังจากเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ของสหรัฐอเมริกา พุ่งขึ้นเกือบ 2.94% หรือ 331.62 จุด โดยส่วนใหญ่เป็นการปรับขึ้นอย่างแรงในชั่วโมงสุดท้ายของการซื้อขาย หลังจากทราบมติของเฟด ทั้งนี้นักวิเคราะห์ชี้ว่า แม้เฟดจะส่งสัญญาณว่ามีความเป็นห่วงเงินเฟ้อค่อนข้างมาก แต่อย่างน้อยก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบาย ซึ่งหมายถึงว่าเฟดจะปล่อยให้เศรษฐกิจมีเวลาฟื้นตัว รวมทั้งให้เวลาสถาบันการเงินที่เสียหายจากวิกฤตสินเชื่อมีโอกาสแก้ปัญหาและฟื้นฟูตัวเอง
ทางด้านท่าทีของธนาคารกลางอังกฤษนั้น เอเอฟพีรายงานว่า นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ประเมินว่า ในการประชุมวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ธนาคารกลางอังกฤษจะตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ 5% หรือตรึงเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน เพื่อรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่บางคนก็เห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีการช็อคความคาดหวังของตลาดด้วยการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เพื่อควบคุมเงินเฟ้อก็เป็นได้ เมื่อดูจากเดือนมิถุนายนที่เงินเฟ้อของอังกฤษสูงที่สุดในรอบ 16 ปี ส่วนธนาคารกลางสหภาพยุโรป (อีซีบี) มีแนวโน้มว่าจะตรึงไว้ที่ 4.25% เพราะถูกกดดันทั้งด้านเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ
หน้า 18
| Hit : ครั้งที่ ในการประชุมวันที่ ซึ่ง ราคาบ้าน ยอดขายบ้านที่ตกต่ำ ห่วงเงินเฟ้อค่อนข้างมาก |














