สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (5 ต.ค.) ว่าอินเดียได้เสร็จสิ้นการร่างกฎหมายข้อกำหนดเทคโนโลยีควบคุมการเจริญพันธุ์ เพื่อเข้มงวดเรื่องการ อุ้มบุญ ที่หญิงชาวอินเดียรับจ้างท้องให้แก่คู่สามีภรรยาไม่มีลูก ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาที่อินเดียประสบความสำเร็จมากที่สุดด้านเทคโนโลยี และมีปัญหามากที่สุดในด้านจริยธรรม
ในกฎหมายระบุว่า แม่อุ้มบุญไม่สามารถเป็นผู้บริจาคไข่ให้ในเวลาเดียวกัน และจะต้องไม่เป็นญาติกับผู้ที่จะให้ตั้งท้องให้ หรือเป็นผู้มีอาชีพหากินกับการรับจ้างท้อง นอกเหนือจากกำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของแม่อุ้มบุญ ตลอดจนหน่วยงานที่รับผิดชอบหรือให้บริการด้านการอุ้มบุญอย่างชัดเจน รวมทั้งให้ความมั่นใจแก่คู่สามีภรรยาชาวต่างชาติด้วยการออกเอกสารรับรองอย่างเป็นทางการเพื่อให้สามารถนำเด็กเดินทางกลับประเทศ นอกเหนือจากให้คู่สามีภรรยาเหล่านี้ตั้งผู้ดูแลอย่างถูกกฎหมายเพื่อรับผิดชอบการอุ้มบุญตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งส่งเด็กให้แก่ครอบครัวใหม่
ทั้งนี้ธุรกิจอุ้มบุญได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะกับชาวต่างชาติที่ฉวยโอกาสจากช่องโหว่เรื่องกฎหมาย และค่าใช้จ่ายที่แสนถูกที่จะจ้างหญิงคนหนึ่งตั้งท้องให้ โดยหญิงอุ้มบุญจะได้รับค่าจ้างกว่า 1 แสนรูปี (ราว 8.2 หมื่นบาท) ซึ่งพวกเธอเผยว่าจะนำเงินจำนวนนี้ไปเป็นทุนการศึกษาให้แก่ลูกๆ ของตัวเอง
อย่างไรก็ดี มีฝ่ายที่วิจารณ์ว่า กฎหมายนี้จะไม่เพียงแต่กระตุ้นให้เกิด การท่องเที่ยวทางการแพทย์ ด้านสุขภาพของผู้หญิง ตลอดจนยิ่งสนับสนุนให้เทคโนโลยีด้านการแพทย์ซึ่งมีราคาแพงนี้ให้ขยายตัวยิ่งขึ้น มากกว่าการอุปการะเด็กไปเลี้ยง
สมชายหมดความชอบธรรมย่ำกองเลือดเข้ารัฐสภา
ไม่มีใครรู้ว่า เหตุการณ์ความรุนแรงและการเผชิญหน้าระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะจบลง ณ ที่ใด














