สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นของสหรัฐรายงานเผลการสำรวจความนิยมใน 2 ผู้สมัครชิงประธานาธิบดีสหรัฐ ก่อนการอภิปรายโต้วาทีรอบ 2 ที่มหาวิทยาลัยเบลมอนท์ เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี เมื่อวันอังคาร (7 ต.ค.) พบว่า นายบารัก โอบามา วุฒิสมาชิกอิลลินอยส์ พรรคเดโมแครต มีคะแนนนิยมนำนายจอห์น แมคเคน คู่แข่งจากพรรครีพับลิกันในแทบทุกสำนัก ทั้งๆ ที่นายแมคเคน และนางซาราห์ เพลิน คู่หูชิงรองประธานาธิบดีจะประสานเสียงพยายามใช้กลยุทธ์หาเสียงแบบสาดโคลนทำลายความน่าเชื่อถือของนายโอบามาก็ตาม
ผลการสำรวจของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น สำนักหยั่งประชามติกัลลัพโพล และฮอตไลน์ พบว่า นายโอบามานำนายแมคเคนถึงร้อยละ 53 ต่อ 45 ซึ่งเป็นตัวเลขการนำสูงที่สุด และกินระยะเวลานานที่สุดถึง 10 วัน ส่วนประเด็นว่าผู้ออกเสียงมองใครจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ดีกว่ากัน ปรากฏว่านายโอบามานำนายแมคเคนอยู่ถึง 8 จุด มากกว่าเดิมถึง 4 จุด นับแต่สำรวจเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทั้งยังพบด้วยว่า คะแนนนิยมของนายโอบามาเกิดขึ้นในรัฐที่เคยเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรครีพับลิกันแทบจะทั้งสิ้น
นักวิเคราะห์กล่าวว่า แม้นายแมคเคนจะช่ำชองและถนัดการโต้วาทีแบบเปิดให้ถามตอบนี้ แต่คงไม่สามารถที่จะดับความนิยมของนายโอบามาที่กำลังพุ่งแรงได้ แถมนายแมคเคนยังมีจุดอ่อนตรงที่อารมณ์ร้อน และถ้าเขาควบคุมอารมณ์ระหว่างการดีเบทไม่ได้ และเผลอพูดอะไรผิดๆ หรือโจมตีนายโอบามาอย่างไร้เหตุผล ซึ่งนั่นจะหมายถึงจุดจบของนายแมคเคนทันที
ส่วนการหาเสียงในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง ได้ปรับเปลี่ยนจากการขายนโยบายมาเป็นการสาดน้ำลายใส่กัน โดยล่าสุดนายแมคเคนได้กล่าวหานายโอบามาว่าไม่ยอมชักจูงให้ ส.ส.พรรคเดโมแครตเห็นชอบในแผนกอบกู้สถาบันการเงินมูลค่า 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้สภาล่างคว่ำแผนในการลงมติครั้งแรก ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริงคือมี ส.ส พรรครีพับลิกันกลุ่มหนึ่งได้คัดค้านแผนการดังกล่าวมาตั้งแต่ต้นเช่นกัน ขณะที่นายโอบามายังโต้ด้วยว่า ทั้งประธานาธิบดีบุช และนายแมคเคนต่างดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่หย่อนยาน ขาดกฎระเบียบที่รัดกุม จนส่งผลให้สถาบันการเงินและตลาดวอลสตรีทต้องปั่นป่วนโกลาหลอยู่ในขณะนี้ และยังส่งผลกระทบอย่างเลวร้ายไปทั่วโลก
ส่วนประเด็นร้อนเรื่องที่นางเพลินกล่าวหานายโอบามาว่าสนิทสนมกับผู้ก่อการร้ายในประเทศ ล่าสุด นายแมคเคนคือผู้ที่ถูกแฉกลับรอบสอง โดยนายแมคเคนคือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับปฏิบัติการ อิหร่าน-คอนทรา เรื่องสุดอื้อฉาวในแวดวงการเมืองโลกที่รัฐบาลอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน แอบขายอาวุธให้แก่อิหร่านผ่านมืออิสราเอล และนำเงินนั้นมาช่วยเหลือกลุ่มกบฏให้สู้รบโค่นล้มรัฐบาลนิคารากัวจนกระทั่งแผนถูกเปิดโปงเมื่อปี 2529
สมชายหมดความชอบธรรมย่ำกองเลือดเข้ารัฐสภา
ไม่มีใครรู้ว่า เหตุการณ์ความรุนแรงและการเผชิญหน้าระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะจบลง ณ ที่ใด
| Hit : ทั้งๆ พบว่า |














